ศูนย์เวชศาสตร์ความดันบรรยากาศสูง

วิสัยทัศน์

เราจะเป็นศูนย์บำบัดด้วยออกซิเจนแรงดันสูงที่มีคุณภาพ

พันธกิจ

ดูแลสุขภาพ ได้มาตรฐาน บริการประทับใจ เพื่อคุณภาพชีวิตของผู้รับบริการ

นโยบายศูนย์เวชศาสตร์ความดันบรรยากาศสูง

1. ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยโดยเคารพในสิทธิชั้นพื้นฐาน และดำเนินงานด้วยจริยธรรมที่ดี
2. ให้การดูแลป้องกันและจัดการกับความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ
3. ผู้รับบริการปราศจากภาวะแทรกซ้อน

ภารกิจและการดำเนินงานของศูนย์ ฯ

1. ให้การรักษาโรคที่เกิดจากการเจ็บป่วยจากการปฏิบัติการใต้น้ำและในอากาศ (Decompression Sickness)
2. ให้การรักษาโรคที่เกิดจากร่างกายเกิดภาวะพร่องออกซิเจนและจำเป็นต้องใช้เครื่องปรับบรรยากาศความดันสูงตามที่สมาคม
เวชศาสตร์ใต้น้ำ และความดันบรรยากาศสูงนานาชาติ (UHMS) ให้การยอมรับ (Hyperbaric Oxygen Therapy)
3. ดำเนินการบวบรวมข้อมูลทางสถิติและเผยความรู้งานด้านเวชศาสตร์ความดันบรรยากาศสูง

หน้าที่และภารกิจ

หน้าที่
      ให้การรักษาพยาบาลผู้ที่เจ็บป่วยด้วยออกซิเจน 100 % ในห้องปรับความดันบรรยากาศสูง ให้การสนับสนุนงานด้านสายการแพทย์ในการฝึกปฏิบัติการใต้น้ำของหน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศโดยการ เตรียมพร้อมห้องปรับบรรยากาศสำหรับการรักษาพยาบาลตลอด 24 ชม.
ภารกิจ
      รักษาผู้ที่เจ็บป่วยด้วยโรคที่เกิดจากการปฏิบัติการใต้น้ำและในอากาศรักษาผู้ป่วยโรคอื่นๆที่จำเป็นต้องใช้ห้องปรับบรรยากาศ เผยแพร่ความรู้ให้การศึกษาอบรมแก่บุคลากรของรพ.ฯในงานด้านเวชศาสตร์ความดันบรรยากาศ สูง สนับสนุนภารกิจต่างๆตามที่กองทัพเรือและกรมแพทย์ทหารเรือมอบหมาย ร่วมวิจัยพัฒนารวบรวมด้านเวชศาสตร์ความดันบรรยากาศสูง

ประวัติ

        พ.ศ. 2519 กองทัพเรือได้จัดสรรงบประมาณให้แก่ พร.จำนวน 2 ล้านบาท ร่วมกับกรมศิลปากรได้จัดสรรเพิ่มให้อีก 3 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 5 ล้านบาท เพื่อจัดหาอุปกรณ์ในการรักษาโรคที่เกิดจากการดำน้ำ
        
พ.ศ. 2520 กองทัพเรือได้จัดซื้อห้องปรับบรรยากาศตราอักษร Marine Dynamics Corps จากประเทศสหรัฐอเมริกา มอบให้แก่หมวดทำลายใต้น้ำจู่โจม (นสร.กร.) แต่เนื่องจากเกาะพระยังไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ และขาดเจ้า หน้าที่ที่มีความรู้ทางเวชศาสตร์ใต้น้ำ จึงไม่สามารถใช้งานห้องปรับบรรยากาศได้เป็นระยะเวลานานถึง 2ปี
        
พ.ศ. 2522 กองทัพเรือได้อนุมัติให้สร้างอาคารเวชศาสตร์ใต้น้ำและการบินขึ้นที่ โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐท.สส. อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ใช้เวลาในการก่อสร้าง 2 ปีส่งบุคลากรไปศึกษาต่างประเทศ ย้ายห้องปรับบรรยากาศจากหมวดทำลายใต้น้ำจู่โจมมาทำการติดตั้งที่ รพ.อาภากรเกียรติวงศ์
        
พ.ศ. 2524 แผนกเวชศาสตร์ใต้น้ำและการบิน รพ.อาภากรเกียรติวงศ์ ฯ ได้เริ่มเปิดทำการรักษาโรคที่เกิดจากการดำน้ำ และทำการทดสอบสมรรถภาพร่างกายให้แก้ผู้ปฏิบัติการใต้น้ำและนักบิน ทร. เป็นครั้งแรก ตั้งแต่ มิ.ย. 2524เป็นต้นมา
        
พ.ศ.2528 กองเวชศาสตร์ใต้น้ำและการบิน พร.(ในรพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า)ได้รับอนุมัติ งป.ให้จัดซื้อห้องปรับบรรยากาศขนาดใหญ่สามารถใช้รักษาผู้ป่วยพร้อมกันได้ ครั้งละหลายคน(Multiplace Chamber) เปิดทำการรักษาโรคใต้น้ำและทำการทดสอบสมรรถภาพร่างกายให้แก่ผู้ปฏิบัติการ ใต้น้ำและ นักบิน ทร.ตั้งแต่ ปี2529เป็นต้นมา
        
พ.ศ. 2533 กองทัพเรือได้อนุมัติให้จัดซื้อห้องปรับบรรยากาศใหม่ทดแทนเครื่องเก่าที่ ชำรุด ได้ทำการเปิดใช้งานตั้งแต่ ต.ค. 2534 จนถึงปัจจุบัน พ.ศ. 2535 กองเวชศาสตร์ใต้น้ำและการบิน พร.ได้ติดตั้งเพิ่มห้องปรับบรรยากาศ ชนิดบรรจุผู้ป่วยได้ครั้งละ 1 คน ( Monoplace Chamber ) เพิ่มอีกหนึ่งเครื่อง เริ่มใช้ปฏิบัติงานตั้งแต่ 24 พ.ค. 2536เป็นต้นมา
        
พ.ศ. 2555 กรมแพทย์ทหารเรือได้อนุมัติจัดหาห้องปรับบรรยากาศขนาดใหญ่ 18 ที่นั่ง ตราอักษร HAUX เยอรมนี เพื่อติดตั้งที่ ศูนย์เวชศาสตร์ความดันบรรยากาศสูง รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พร. และเริ่มดำเนินงานตั้งแต่ ก.พ.56 เป็นต้นมา

ความหมาย HBO

การรักษาด้วยออกซิเจนความดันสูง ( Hyperbaric Oxygen Therapy / HBOT )
        การรักษาด้วยวิธีนี้หมายถึง การบำบัดด้วยวิธีหายใจด้วยออกซิเจนบริสุทธิ์ 100 % ภายใต้ความดันบรรยากาศที่มากกว่า 1.2 บรรยากาศ ภายในห้องปรับบรรยากาศสูง
 ( Hyperbaric Chamber )วิธีนี้จะสามารถช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนในร่างกายของผู้ป่วยได้มากกว่าภาวะปกติที่ความดันบรรยากาศปกติหลายเท่า การรักษานี้เป็น การรักษาเสริมหรือเพิ่มเติม อีกวิธีหนึ่งที่ใช้ร่วมกับการรักษาทางอายุรกรรมและศัลยกรรม การเพิ่มปริมาณออกซิเจนในร่างกายมีผลต่อร่างกายดังนี้
        • ช่วยลดขนาดของฟองอากาศในเนื้อเยื่อและหลอดเลือด
        • ช่วยส่งเสริมและกระตุ้นการเจริญของเนื้อเยื่อและหลอดเลือดฝอย
        • ช่วยยับยั้งและต่อต้านการติดเชื้อโรคบางชนิด
        • ช่วยให้เลือดไหลเวียนไปสู่อวัยวะที่ขาดเลือดได้ดีขึ้น
        • ช่วยลดอาการบวมของอวัยวะที่บาดเจ็บ
        • กระตุ้นการสร้าง STEM CELLS
        • ส่งเสริมการทำงานของเม็ดเลือดขาว
“ จากผลดังกล่าวข้างต้นนี้สามารถนำไปรักษาโรคได้หลายโรคเช่น ”
        • แผลเรื้อรังต่าง ๆ เช่น แผลเบาหวาน แผลจากการฉายรังสี
        • ภาวะติดเชื้อจากแบคทีเรียทั้งชนิด Aerobic และ Anearobic Bacteria
        • ภาวะติดเชื้อเรื้อรังของกระดูก
        • การบาดเจ็บของอวัยวะที่ถูกบดกระแทก
        • การบาดเจ็บจากไฟไหม้
        • โรคที่เกิดจากการดำน้ำ
        • และโรคอื่น ๆ ซึ่งได้รับการยอมรับแล้วจากสมาคมแพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำและความดันบรรยากาศสูง Undersea and Hyperbaric Medical Society (UHMS)

โรคและภาวะบ่งชี้ในการรักษาด้วย HBO

        1. โรคลดความดันบรรยากาศ หรือ โรคน้ำหนีบ ( Decompression Sickness )
        2. โรคฟองแก๊สอุดตันในหลอดเลือดแดง ( Arterial Air or Gas Embolism )
        3. การติดเชื้อของเนื้อเยื่อจากแบคทีเรียที่ไม่ใช้ออกซิเจน ( Clostridial Gas GanGrene )
        4. การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อเนื่องจากการถูกบดขยี้ ( Crush Injury : Compartment Syndrome, Acute Traumatic Ischemia )
        5. สภาวะการเป็นพิษจากแก๊สคาร์บอนมอนนอกไซด / การสำลักควันไฟ ( CO Poisoning And Smoke Inhalation )
        6. โรคแผลหายยาก ( Problem Wound ) ได้แก่ แผลเบาหวาน แผลเนื่องจากการกดทับ แผลเนื่องจากการไหลเวียนของหลอดเลือดดำหรือหลอดเลือดแดงไม่ดี
        7. การเสียเลือดจำนวนมากในผู้ป่วยกลุ่มเลือดหายาก ( Exceptional Blood loss ( Anemia )
        8. การติดเชื้อและมีการตายของเนื้อเยื่อ ( Necrotizing Soft Tissue Infection )
        9. การติดเชื้อเรื้อรังของเยื่อหุ้มกระดูก ( Refractory Osteomyelitis )
        10. การปลูกถ่ายผิวหนัง และกล้ามเนื้อในผู้ป่วยบางภาวะ ( Compromised Skin Graft or Flaps )
        11. การได้รับบาดเจ็บจากรังสี ( Radiation Injury )
           – ฟันผุเนื่องจากได้รับรังสี ( Radiation Caries )
           – กระดูกและเนื้อเยื่อตายเนื่องจากได้รับรังสี ( Osteoradionecrosis / ORN )
           – เนื้อเยื่อตายเนื่องจากได้รับรังสี ( Soft Tissue Radionecrosis / STRN )
           – กระเพาะปัสสาวะอักเสบเนื่องจากได้รับรังสี ( Radiation Cystitis )
           – ลำไส้ใหญ่ส่วนปลายอักเสบ เนื่องจากได้รับรังสี ( Radiation Proctitis)
        12. แผลไหม้จากความร้อน ( Thermal Burns )
        13. โรคฝีในสมอง ( Intracranial Abscess )
        14. การสูญเสียการได้ยินเฉียบพลันจากหลอดเลือด (Sensorineural Hearing Loss )

ผลดี/ข้อห้าม ในการรักษา

ผลดีของการรักษาด้วย HBO :
        ลดความพิการและสูญเสียอวัยวะ ซึ่งบางรายแพทย์อาจต้องทำผ่าตัดเอาอวัยวะส่วนนั้นทิ้งเช่นตัดนิ้วมือ หรือนิ้วเท้า ในรายที่ทำผ่าตัดเช่นแผลถูกบดกระแทก หรือตบแต่งแผล จะช่วยให้การหายของแผลดีขึ้นและเร็วกว่าปกติ ถ้าการรักษาได้ผลดีจะช่วยลดระยะเวลาของการรักษาลง สามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติเร็วขึ้น ลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษา

ข้อห้ามและข้อพึงระมัดระวังในการรักษา :
        ขณะบำบัดด้วย HBO ผู้ป่วยต้องปรับความดันอากาศ ที่มีอยู่ในร่างกายให้สมดุลกับ ภายนอก ภาวะบางอย่าง เช่น การติดเชื้อทางเดินหายใจ ไซนัส และหูอักเสบ อาจทำให้ผู้ป่วย ปรับความดันของหูชั้นกลางกับบรรยากาศภายนอกได้ไม่ดี จึงต้องตรวจหูก่อนการรักษาด้วย HBO ผู้ป่วยโรคปอดหรือปาดเจ็บที่ปอด และมีอากาศค้างอยู่ในช่อง เยื่อหุ้มปอดนอกถุงลม จำเป็นต้องตรวจเอกซเรย์ปอดก่อน เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการขยายตัวของอากาศในช่องเยื่อหุ้มปอด ไปกดถุงลมที่ปอดทำให้ผู้ป่วยขาดอากาศหายใจ

ข้อห้ามในการรักษา ( Absolute contraindication ) :
        1. Pneumothorax ที่ยังไม่ได้เจาะระบาย
        2. ในรายที่ใช้ยา
            – Doxorubicin ( Adriamycin )
            – Cis-platinum
            – Disulfiram ( Antabuse )
            – Mafenide Acetate ( Sulfamylon )
        3. Prerg. Retinopathy of Prematurity หรือ Retrolental Fibroplasia แก่ทารกในครรภ์

ข้อพึงระมัดระวัง ( Relative Contraindication ) :
        1. URI, Sinusitis
        2. Oxygen toxicity
        3. ถุงลมโป่งพอง
        4. ประวัติ Spontaneous Pneumothorax
        5. Surgery for Otosclerosis or Tympanoplasty
        6. ผู้ที่เคยมีประวัติประสาทตาอักเสบ ( Optic neuitis )
        7. เคยมีประวัติความผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือดแดง เช่น Congenital Spherocytosis

สภาพแวดล้อมและความรู้สึกภายใน HBO

สภาพแวดล้อมและความรู้สึกเมื่อเข้ารับการรักษาภายในห้องปรับบรรยากาศ
ขณะเพิ่มความดันบรรยากาศ มีความเปลี่ยนแปลงดังนี้ :

        1. เสียงดังเนื่องจากการปล่อยอากาศ จากถังเก็บอากาศเข้าสู่ห้องปรับบรรยากาศและ การทำงานของเครื่องปรับอุณหภูมิ
        2. ความดันบรรยากาศรอบ ๆ ตัวผู้ป่วยจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นทีละน้อย ด้วยอัตราโดยประมาณ ๑ บรรยากาศ / ๓ นาที
        3. อุณหภูมิภายในจะเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ ๒ – ๔ องศาเซลเซียส ( ความดันบรรยากาศเพิ่มขึ้นมาก )
        ความรู้สึกของผู้ที่อยู่ในห้องปรับบรรยากาศ เนื่องด้วยความดันบรรยากาศที่เพิ่มขึ้นนี้เอง ผู้เข้ารับการรักษาจะรู้สึกถึงแรงกดที่เยื่อแก้วหู อุณหภูมิก็จะเพิ่ม ผู้ป่วยจะรู้สึกหูอื้อจำเป็น ต้องกระทำการปรับหู (จะปฐมนิเทศน์ให้ผู้ป่วยได้เข้าใจและลองปฏิบัติก่อนเข้ารับการรักษาเสมอ) โดยการขยับขากรรไกร หรือกลืนน้ำลายหรือปิดปากปิดจมูกแล้วเป่าลมซึ่งวิธีการเหล่านี้จะช่วยเพิ่มปริมาตรลม ในช่องหูชั้นกลางให้สมดุลกับแรงกดบรรยากาศที่เพิ่มขึ้นตามตารางการรักษาที่กำหนดไว้ ในผู้ป่วยบางรายไม่สามารถปรับความดันในช่องหูได้เจ้าหน้าที่จะหยุดเพิ่มความดันบรรยากาศ ส่งไปพบแพทย์ โสต ศอ นาสิก เพื่อพิจารณาทำการเจาะเยื่อแก้วหู หลังจากนั้นผู้ป่วยสามารถกลับเข้ามารับการรักษาด้วยห้องปรับบรรยากาศ อีกครั้งโดยไม่ต้องการการปรับหู

ขณะที่คงความดันบรรยากาศคงที่
        เมื่อเพิ่มความดันบรรยากาศถึงระดับที่ต้องการตามตารางการรักษาแล้ว ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องปรับหูอีกและ
        ๑. พยาบาลภายในห้องปรับบรรยากาศจะเป็นผู้ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับออกซิเจนบริสุทธิ์ ๑๐๐ % ผ่านอุปกรณ์หายใจให้เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดตามตารามการรักษา รวมทั้งดูแลผู้ป่วยให้ ได้รับความสุขสบายขณะอยู่ในห้องปรับบรรยากาศนั้นด้วย
        ๒. พยาบาลภายนอกห้องปรับบรรยากาศจะเป็นผู้ควบคุมสภาพแวดล้อมเกี่ยวกับการเปิดจ่ายออกซิเจน – อากาศ , อุณหภูมิ, ความชื้น, แสงสว่าง, ปริมาณของ CO2และ O2 ในห้องปรับบรรยากาศ, การระบายอากาศ,ระบบบันเทิง เพื่อช่วยให้ผู้ที่อยู่ในห้องปรับบรรยกาศช่วยผ่อนคลาย และ ช่วยอำนวยความสะดวกอื่น ๆ
ขณะลดความดันบรรยากาศ
        เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงความดันบรรยากาศโดยการลดความดันในห้องปรับบรรยากาศสูง สภาพแวดล้อมจะเปลี่ยนไปดังนี้
        ๑. เริ่มมีเสียงดังคล้ายขณะลดความดันบรรยากาศ
        ๒. ความดันบรรยากาศรอบตัวผู้ป่วยจะค่อย ๆ ลดลง ด้วยอัตราโดยประมาณ ๑ บรรยากาศ /๓ นาที
        ๓. อุณหภูมิภายในห้องปรับบรรยากาศจะเย็นลงเล็กน้อยในขณะเดียวกันจะเกิดหมอกเนื่องจากการคลายความร้อนของมวลอากาศภายในห้องปรับบรรยากาศนั้นเองความรู้สึกของผู้ที่อยู่ในห้องปรับบรรยากาศ ภายใน หูจะมีเสียงดังกร๊อบแกร๊บคล้ายว่ามีลมออกจาก ช่องหูตลอดเวลาที่ความดันบรรยากาศลดลงเสียงกร๊อบแกร๊บนี้จะถี่มากขึ้นเมื่อ ใกล้ถึงบรรยากาศปกติทั้งนี้เพราะมวลของอากาศในช่องหูชั้นกลางขยายตัวและต้องการ การระบายออก จนทำให้เรารู้สึกได้ถึงแรงดันที่ ด้านในของเยื่อแก้วหู แรงดันในหูจะระบายออกมาเอง ผู้ป่วยเพียงหายใจเข้าออกตามปกติเท่านั้น

สิ่งของต้องห้ามนำเข้าไปใน ห้องปรับบรรยากาศ

 น้ำมันใส่ผม เครื่องประดับ, น้ำหอม, นาฬิกา, ถ่านไฟฉาย, สเปรย์ใส่ผม, บุหรี่, ยา, หนังสือพิมพ์ , เหรียญและธนบัตร, วัสดุที่เป็นโลหะ , โทรศัพท์มือถือ, กระเป๋าน้ำร้อน, เครื่องช่วยฟัง, โลชั่น น้ำมันทาผิว, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, ยาทาเล็บ , ถุงน่อง, ไม้ขีดไฟ, เครื่องสำอาง, ไฟแช็ก, วิทยุตามตัว, กุญแจ
        เสื้อผ้าใยสังเคราะห์ที่ไม่ใช่ผ้าฝ้าย 100 % วัสดุใด ๆ ที่ก่อให้เกิดไฟฟ้าสถิตย์ วัสดุใดที่มีสารประกอบของน้ำมัน หรือแอลกอฮอล์ ,วัสดุใด ๆ ที่ทางเจ้าหน้าที่เห็นว่าไม่ปลอดภัย

อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการรักษา

Radiometer Transcutaneous oxygen monitor TCM 3 (TINA) Model

เครื่องวัดปริมาณออกซิเจนทางผิวหนัง (Trans-Cutaneous Oxymeter)

EKG Monitoring system

1.สายนำสัญญาณ สำหรับใช้ต่อเชื่อมสัญญาณกับระบบเครื่องปรับบรรยากาศ (Lead line EKG)
2.เครื่องตรวจวัดสัญญาณคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG Monitor)

Intra-venous Hyperbaric Pump

1.เครื่องควบคุมให้สารละลายทางหลอดเลือดดำ (Intra-venous Pump)
2.ชุดสายให้สารละลายสำหรับใช้ต่อพ่วงผ่านเครื่องปรับบรรยากาศ (Hyperbaric Intravenous Infusion Extension Set)

Monoplace Hyperbaric Ventilator

เครื่องช่วยหายใจ (Respirator Ventilator)

Non invaive Blood Pressure Monitoring

เครื่องวัดความดันโลหิตและชีพจรอัตโนมัติ (Non Invasive Blood pressure Monitor)

Static Electrical ground line

อุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟฟ้าสถิตภายในเครื่องปรับบรรยากาศ

ตารางการรักษา

การรักษาด้วย HBO ส่วนใหญ่ใช้ตารางตามมาตรฐานที่ UHMS ยอมรับ แต่ทั้งนี้แพทย์ผู้เกี่ยวข้องสามารถปรับแต่งตาราง การรักษาให้มีความเหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละราย ตามแนวทาง ดังนี้
1. ตารางการรักษาผู้ป่วยโรคจากการดำน้ำ
    – ใช้ตาราง US NAVY เช่น TT.5,TT.6,TT6A
2. รักษา HBO ทั่วไป เช่น แผลหายยาก ผู้ป่วยหลังรักษารังสีรักษา
    – ใช้ตาราง HBO 45 ฟุต 90 นาที

อัตราค่ารักษา/โรคที่สามารถเบิกค่ารักษาได้ตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด

“ ศูนย์เวชศาสตร์ความดันบรรยากาศสูง รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พร.การเก็บเงินรายรับสถานพยาบาลจะเรียกเก็บตามรายการดังต่อไปนี้ ”
1. อัตราค่ารักษา
     1.1 US.Navy Table Treatment – 6, 5, ( CO poisoning,DCS,AGE ) ชั่วโมงละ 12,000 บาท
     1.2 Hyperbaric Oxygen Treatment (Diabetic, Non Diabetic ulcer,ORN )
          – Multiplace Chamber ครั้งละ 1,250 บาท
          – Monoplace Chamber ครั้งละ 1,600 บาท
             ทั้งนี้ไม่รวมค่าเครื่องมือและหัตถการอื่น ๆ
2. ค่าตรวจและค่าบริการทางการแพทย์อื่น ๆ
     2.1 การใช้เครื่องตรวจวัดสัญญาณชีพชนิดต่างๆ
           2.1.1 BP Monitor 100 บาท/ครั้ง
           2.1.2 ECG Monitor 100 บาท/ครั้ง
      2.2 การใช้เครื่องช่วยหายใจ
           2.2.1 Volume Cycle Ventilator 1,000 บาท/ครั้ง
     2.3 การใช้เครื่องวัดออกซิเจนทางผิวหนัง ( TCOM ) 2,000 บาท/ครั้ง
     2.4 การใช้เครื่อง Infection Pump 180 บาท/ ครั้ง
           2.4.1 Infection Extension Set 1,400 บาท/set
3. โรคที่สามารถเบิกค่ารักษาได้ตามกรมบัญชีกลาง
     3.1 Co poisoning
     3.2 Non diabetic – non atherosclerotic leg Ulcer,(not include pressure sore)
     3.3 Diabetic ulcers for Wagner gr III and IV
     3.4 Osteoradionecrosis
     3.5 Decompression Sickness

หมายเหตุ
1.ผู้ป่วย 30 บาท
     – ในเขต เบิกได้ 1,000 บาท ส่วนเกินผู้ป่วยร่วมจ่ายเอง ( 8 ต.ค.51)
     – นอกเขต เบิกได้เต็มจำนวนเท่าที่รักษาในแต่ละครั้ง ทั้งนี้ต้องเป็น OPD CASE เท่านั้น ถ้า Admitted ให้เบิกตาม DRG และมีใบส่งตัวมารักษา
2. ผู้ป่วยต้นสังกัด,ปกส.รพฯ เบิกได้เต็มเฉพาะ OPD CASE เท่านั้น ถ้า Admitted ให้เบิก ตาม DRG
3. รายละเอียดค่ารักษาต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามกำหนดของกรมบัญชีกลาง สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายการพยาบาล ศูนย์เวชศาสตร์ความดันบรรยากาศสูง โทร.69157

ผู้ป่วยที่เข้าทำการรักษา

ผู้ป่วย DM

ผู้ป่วย ORN

ผู้ป่วย THERMAL BURN

ผู้ป่วย CO Poisoning

ผู้ป่วย AEG

ผู้ป่วย DCS

ผู้ป่วย CHRONIC WOUND

ผู้ป่วย CRUSH INJURY

โครงสร้าง ศูนย์เวชศาสตร์ความดันบรรยากาศสูง

Scroll to Top